Punk คืออะไร? Punk  ความขบถที่ซ่อนอยู่ในสันดานมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย

“Punk  ความขบถที่ซ่อนอยู่ในสันดานมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย”

คำว่า “Punk” มีความหมายว่า ขยะเน่าเฟะ  ผุพัง ไร้ค่า หรือมีความหมายโดยนัยย์ที่ใช้เรียกเด็กอันธพาลนอกคอกดื้อรั้นแหกกฏไม่เข้าพวกหรือเด็กเวร  ก่อนจะนำมาใช้เรียกเป็นแนวดนตรี “Punk Rock”

จุดเริ่มต้นของความขบถนี้ เริ่มต้นขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 1970’s เป็นยุคของแนวดนตรี Classic Rock , Hardrock ,Rock n Roll , Blues rock , Psychedelic Rock , Progressive , Funky , Disco ซึ่งค่อนข้างอยู่ในกระแสหลัก (Mainstream) ดนตรีพวกนี้ถือว่าต้องใช้ฝีมือและความเข้าใจในระดับนึงในการเล่น ซึ่งก็มีสเน่ห์น่าหลงไหล แต่!!ไม่ใช่กับวัยรุ่นวัยจี๊ดสมัยนั้น ที่เบื่อหน่ายกับอะไรเดิมๆ มันไม่ได้เว่ยๆ วัยรุ่น!! บวกกับสภาพสังคมที่ดูถูกเหยียดหยาม ถูกด้อยค่าตัดสินพวกเขาจากภาพลักษณ์ หรือสถานการณ์เศรษฐกิจ  ที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำของชนชั้น วัยรุ่นพวกนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชนชั้นปานกลางถึงล่าง หรือชนชั้นแรงงาน ( Working Class )ที่ต้องทำงานในระบบต่างๆในบ้านเมืองเพื่อเลี้ยงชีพแต่ระบบที่อยู่นั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อพวกเขาหรืออาจไม่ได้มองเห็นหัวพวกเขาเลยด้วยซ้ำจึงเกิดวัฒนธรรมพังค์”ที่พวกเขาจะได้สื่อสารให้กับสังคมได้รับรู้ถึงแนวคิดที่ต่อต้านสิ่งดังกล่าวอย่างเช่นการสักลายเต็มตัวเจาะร่างกายใบหน้า ย้อมสีผม แต่งหน้า เซ็ทผมเป็นทรงแปลกๆ (โมฮ็อก,สไปกี้) เพื่อประชดสังคมที่ตัดสินพวกเขา จากภายนอก

โดยในก่อนหน้านี้ก็ได้มีคนที่นำร่องการแหกคอกทางดนตรีและวิถีชีวิตมาก่อนบ้างแล้วในยุค 60’s อย่างวง Fugazi, Newyork Dolls, MC5, The Kingsmen คล้ายกับเป็นพังค์ในยุค 60’s ภายหลังถูกเรียกว่า “Garage Rock” เพราะเกิดขึ้นจากการทำเพลงในโรงรถ ซาวด์ดนตรีก็จะไม่เนี้ยบมาก เล่นไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ตรงไปตรงมามีความดิบ หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนว “Proto Punk” (พังค์ก่อนจะมาเป็นพังค์) ที่สร้างแรงบรรดาลใจให้มี พังค์”ที่ชัดขึ้นในยุคถัดมาซึ่งก็คือ ช่วงยุค 70’s

“Origin of Punk”

กลุ่มวัยรุ่นที่เริ่มทำเพลงและใช้วิถีชีวิตขบถต่อสังคมอย่างชัดเจน เกิดในช่วงยุค 1970’s ทางฝั่งอเมริกา และ อังกฤษ มี 3 วงหลักๆ คือ SexPistols , Ramones และ The Clash  พวกเขามีแนวคิดต่อต้านระบบที่เน่าเฟะในสังคม ทั้งระบบการเมือง ระบบแรงงาน การเอารัดเอาเปรียบ ความไม่ยุธิธรรม เผด็จการ อำนาจนิยม ชนชั้น โดยเนื้อหาจะมีความยียวนกวนประสาท ประชดประชัน ด่าทอสิ่งที่พูดไปข้างต้น  บทบาทสมาชิกในวงทุกคนเท่าเทียมแต่มีอิสระในการนำเสนอ ไม่มีใครโดดเด่นเกินแบบ Rockstar ที่เป็น Mainstream ในยุคนั้น No no no Hero !!! โดยการเล่นจะตรงกันข้ามด้วยการเล่นดนตรีถ่ายทอดอย่างไม่ซับซ้อน ตรงไปตรงมา ซาวด์กีตาร์ ที่ไม่ใช้อุปกรณ์เยอะแยะ มีซาวด์ที่ดิบ แค่เสียงแตกจากตู้แอมป์ก็สนุกกันได้แล้ว จับกีตาร์เล่น Power Chord ไม่กี่คอร์ดวนไปทั้งเพลง ไลน์เบสที่ตะบันแค่ Root Note ตามกีตาร์ไม่คิดอะไรมาก แต่ปลดปล่อยความคับแค้นได้อย่างสุดใจ  กรูฟกลองที่มักใช้จังหวะ D-beat เป็นจังหวะหลักมีความพุ่งไปข้างหน้า ลูกส่งที่ไม่ซับซ้อนแต่สนุกจัด พอทุกอย่างรวมกันแล้วโคตรมันสมันคือการปลดปล่อยอารมณ์ที่ตรงไปตรงมา และคลายเครียดได้ดีมาก สำหรับพวกเขาในขณะนั้น อะไรที่คนส่วนใหญ่ทำกันในตอนนั้น คนพังค์” ก็จะทำสิ่งตรงกันข้าม ด้วยวิธีที่กล่าวมาในข้างต้นนั่นเอง

หลังจากดนตรี “Punk Rock” ได้เริ่มต้นขึ้นก็ได้ เกิดดนตรีพังค์ในแขนงต่างๆขึ้นมา ไหนๆแล้วผมขอนิยามศัพท์ในแต่ละแนวไปด้วยเพื่อความสนุก อย่างเช่น

Hardcore Punk (สายพุ่ง ชุดสบายๆเน้นคล่องตัว)

Crust Punk (สายชุดรุ่ยๆ น้ำไม่อาบ)

Street Punk (สายมันส์ข้างถนน ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่ายใส่หมดไม่สนใคร)

Pop Punk (สายวัยรุ่นไปโรงเรียนหญิงเพียบ)

Skate Punk (สายเด็กสเก็ตอยู่เป็นกลุ่มรักความผาดโผน)

Straight Edge (สายเมาไม่ยุ่ง มุ่งแต่เพลง)

Horror Punk (สายโกธิค)

Ska Punk (สายรื่นเริง สนุกๆอารมณ์ดี)

แหละมีอีกเพียบครับกล่าวไม่หมดหากมีเวลาจะมาเล่าให้ฟังกันอีกที่ในทุกแนวทาง

ความ “ขบถ”  นี้ได้แทรกซึมไปในยุคต่างๆทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของดนตรี วัฒนธรรมและนิสัยใจคอของผู้คนไปด้วย เราจึงนึกถึงดนตรี แนว “Alternative” ขึ้นมา ซึ่งมันเป็นการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยครั้งหนึ่งที่สำคัญ ทางดนตรีเช่นกันครับ ไว้เรามาพูดคุยกันอย่างละเอียดในครั้งหน้า